Saturday, 28 November 2015

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี



สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพิษณุโลก จัดพิธีลงนามความร่วมมือและแถลงข่าวการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จ.พิษณุโลก ในรูปแบบ Discovery Museum พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่พร้อมเปิดให้ประชาชนและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
              “ความเป็นคนไทยต่อไปจะไม่มีอะไรเหลือ หากเรายังไม่รู้จักรากเหง้าและธาตุแท้ของตนเอง” ลุงจ่าทวี - จ่าสิบเอก ดร. ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์ กล่าวประโยคนี้มาตลอดทั้งชีวิตกว่า 80 ปี กับแรงปรารถนาอันแรงกล้า ก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ขึ้น เพื่อเก็บอดีตให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษาต่อไป



   ลุงจ่าทวีจึงได้ทำหน้าที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีพื้นบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสาน กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องดักสัตว์ ตะเกียง เครื่องปั้นดินเผานับหมื่นๆ ชิ้น มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีแห่งนี้ หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ คือขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย ที่เก็บรวบรวมวิถีชาวบ้านที่นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันมากที่สุดอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย



   ผลงานสำคัญหลายชิ้น ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก พระพุทธชินราชจำลอง วัดพุทธบูชา กรุงเทพฯ ปี 2526 ได้รับยกย่องเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาการช่างฝีมือ แขนงช่างหล่อ จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยศิลปากร


รวมทั้งการประกาศเกียรติคุณเป็นคนดีศรีพิษณุโลก และสืบเนื่องจากด้วยความรักในศิลปะ และเห็นคุณค่าในของเก่า ในปีเดียวกันนี้เองงานสะสมของเก่าทั้งหมดกว่า 30 ปีที่ลุงจ่าซื้อหาและรวบรวมของใช้พื้นบ้านที่คนทั่วไปมองว่าเป็นของรกของทิ้ง ไม่มีราคาเช่น สุ่ม ไห ไซ โอ่ง ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพิษณุโลก ของบางอย่างลุงจ่าต้องดั้นด้นเข้าไปหาเองในป่า ไม่มีราคาค่างวด แต่มีคุณค่า ซึ่งผู้ชมจะได้เรียนรู้ชีวิต ความเชื่อ ความคิดของคนในอดีตจากข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ จึงถูกนำมาถ่ายทอด กลายสภาพจากงานอดิเรกเป็นงานแห่งชีวิตจนถึงปัจจุบัน คือ การเปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) จังหวัด พิษณุโลก นั่นเอง ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี 2541




นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมฟรี ในโอกาสการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ Discovery Museum โดยสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ถึง วันที่ 15 เมษายน 2558

       
       ทั้งนี้ ภายใน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก แบ่งการจัดแสดงเป็น 5 อาคาร ได้แก่

อาคารที่ 1 สำนักงานและร้านขายของที่ระลึก และปลาท้องถิ่นที่หาดูได้ยาก จากแม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำยมและแม่น้ำวังทอง

อาคารที่ 2 บ้านไม้ที่สร้างสมัยปี พศ. 2498 ภายในจัดแสดงภาพที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองพิษณุโลก รูปเหตุการณ์ก่อนและหลังไฟไหม้เมืองพิษณุโลกครั้งใหญ่ ปี 2500



อาคารที่ 3 จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน อาทิ ผ้าไหม กระต่ายขูดมะพร้าว หม้อ ไห จาน ชาม ที่ดักจับปลา ที่ดักนก ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ และวิถีชีวิตประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่าง จำลองบ้านเรือน ส่วนต่างๆ ในสมัยอดีต อาทิ ครัวไฟ (ห้องครัว) พาไล (พื้นที่ใช้สอยสารพัด) เรือนอยู่ไฟหลังคลอดบุตร พีธีกรรมทางศาสนาในสมัยอดีต เป็นต้น

       
       อาคารที่ 4 แสดงนิทรรศการด้วยรูปภาพ และสิ่งของคนลาวโซ่ง (ไทยทรงดำ) ที่ถูกกวาดต้อนมาที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ตังแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช 
       
       อาคารที่ 5 จัดแสดงเกียรติประวัติ ของจ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์ และห้องเทิดพระเกียรติราชวงศ์ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่การแนะนำสถานที่ 









No comments:

Post a Comment